NGaiDai.CoM : ง่ายดายดอทคอม แหล่งรวมสาระบันเทิง รูปสาวสวย สาวเซ็กซี่ สาวงาม ภาพสาวสวย มากมาย
กุมภาพันธ์ 28, 2021, 01:28:26 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา สมาชิก เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  


หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เทรนด์ไอทีปีกระต่าย องค์กรใช้แอพฯสร้างแต้มต่อธุรกิจ  (อ่าน 1983 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
siamdemon
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: ธันวาคม 12, 2010, 01:09:40 PM »

เทรนด์ไอทีปีกระต่าย องค์กรใช้แอพฯสร้างแต้มต่อธุรกิจ

ยังไม่ทันจะข้ามไป ปี 2554 หากปีนี้ก็มีเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ออกมาสร้างความคึกคักได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะความคึกคักของการปรับเปลี่ยนองค์กรที่นำเอาระบบไอทีใหม่ๆ เข้ามาตอบโจทย์ธุรกิจที่ต้องการความรวดเร็ว และสามารถแข่งขันได้อยู่ตลอดเวลา



เมื่อถึงปี 2554 คาดว่าจะเป็นปีที่มีการแข่งขัน และความหลากหลายทางเทคโนโลยีเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และไทย

"เบง เทค เลียง" กรรมการผู้จัดการ และผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจเอ็นเทอร์ไพรส์ บิสิเนส บริษัท ฮิวเลตต์-แพคการ์ด (ประเทศไทย) จำกัด ได้ประเมินสุดยอดเทรนด์ที่มีอิทธิพลต่ออุตสาหกรรมไอทีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และไทยปี 2554 เอาไว้ อ้างอิงผลวิจัยล่าสุดที่เอชพีจัดทำขึ้น บ่งชี้ถึงบทบาทไอทีใน ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกปัจจุบันว่า เปลี่ยนแปลงจากเดิมซึ่งมีบทบาทสนับสนุนเพียงงานบริหารองค์กร มาเป็นบทบาทของการเป็นศูนย์กลางที่สนับสนุนการทำงานทุกอย่างขององค์กร

ธุรกิจระบุไอทีสร้างนวัตกรรมใหม่

ผลสำรวจ ระบุว่า ผู้บริหารระดับอาวุโสในภาครัฐและธุรกิจกว่า 80% ตระหนักว่า องค์กรของตัวเองต้องปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วเพื่อให้บริการแก่ลูกค้าประชาชน ได้ตรงตามความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปให้ดีขึ้น

ขณะที่ 73% ระบุว่า เทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมในภาครัฐและธุรกิจ และอีก 76% กล่าวว่า ความสำเร็จในการดำเนินงานเกิดจากการนำเทคโนโลยีมาใช้สนับสนุนการให้บริการ ของภาครัฐและธุรกิจ

"องค์กรธุรกิจปีหน้า จะมุ่งสู่การเป็น 'อินสแตนท์ -ออน เอ็นเตอร์ไพร์ซ' (Instant-On Enterprise) ซึ่งจะเป็นสิ่งที่จะทำให้องค์กรต่างๆ มีแต้มต่อในการแข่งขันที่เหนือกว่า ทั้งยังให้บริการตรงตามความต้องการของลูกค้า พนักงาน พันธมิตร และประชาชนได้อย่างฉับไวและทันที" นาย เบง กล่าว

เขาอธิบายว่า ระบบอินสแตนท์-ออน เอ็นเตอร์ไพร์ซ จะทำงานบนแอพพลิเคชั่นที่พร้อมใช้งานตลอดเวลา และสามารถปรับให้เข้ากับโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ได้อย่างง่ายดาย (Application Tranformation)

ปัจจุบันแอพพลิเคชั่นที่มีความยืดหยุ่น และคล่องตัวในการใช้งานเป็นที่ต้องการอย่างแพร่หลายมากกว่าที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งแอพพลิเคชั่นที่เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างสรรค์นวัตกรรม สำหรับองค์กรธุรกิจและภาครัฐ

"แอพพลิเคชั่นที่ใช้กันในปัจจุบัน ส่วนใหญ่ไม่สามารถทำให้องค์กรให้บริการใหม่ๆ เพื่อเพิ่มแต้มต่อในการแข่งขันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเท่าที่ควร ขณะที่โซลูชั่นเดิมไม่สามารถตอบสนองความต้องการทางธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังไม่มีความยืดหยุ่น ทำให้มีงบประมาณบานปลายในการลงทุนทางด้านเทคโนโลยี"

ผลสำรวจ ระบุว่า ปัจจุบันองค์กรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่เข้าร่วมการสำรวจมากกว่า 50% ใช้แอพพลิเคชั่นที่มีอายุนานกว่า 8 ปี ขณะที่กลุ่มตัวอย่างมากกว่า 15% มีแอพพลิเคชั่นที่มีอายุนานกว่า 16 ปี และอีกมากกว่า 50% เห็นว่า ค่าใช้จ่าย ทรัพยากรและเวลาที่ต้องใช้ปรับปรุงและดูแลรักษาแอพพลิเคชั่นรุ่นเดิมเป็น อุปสรรคที่ทำให้องค์กรต่างๆ ไม่สามารถให้บริการใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ทั้งองค์กรต่างๆ ยังมีการขยายตัวของแอพพลิเคชั่นเป็นจำนวนมาก และส่วนใหญ่เป็นแอพพลิเคชั่นที่ใช้งานมานานแล้ว

แอพฯที่ใช้ในองค์กรต้องยืดหยุ่น

นอกจากนี้ ยังมีโมเดลการให้บริการด้านไอทีรูปแบบใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบโมบาย และ คลาวด์ คอมพิวติ้ง ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งใหม่และท้าทายสำหรับองค์กรต่างๆ ทำให้หลายองค์กรจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีแอพพลิเคชั่น ทรานฟอร์เมชั่นที่เหมาะสม โดยกลุ่มตัวอย่างเกือบ 60% ระบุว่า การใช้เทคโนโลยีนี้เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ตัวเองจะทำเป็นอันดับแรกในปี 2554

ทั้งนี้ ระบบอินสแตนท์-ออน เอ็นเตอร์ไพร์ซ ยังเป็นการพัฒนาต่อยอดจากเทคโนโลยีที่สามารถปรับขยายและปรับลดให้ตรงตามความ ต้องการที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอได้อย่างรวดเร็วและเหมาะสม โดยต้องมีเทคโนโลยีในปริมาณที่ไม่มากหรือน้อยเกินไป แต่มีปริมาณที่เหมาะสมและสามารถตอบสนองความต้องการขององค์กรธุรกิจต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

"องค์กรแบบอินสแตนท์-ออน เอ็นเตอร์ไพร์ซ นั้น ฝ่ายไอทีจำ เป็นต้องจัดทำระบบรักษาความปลอดภัยแบบครบวงจร เพื่อปกป้องสินทรัพย์ทางธุรกิจของบริษัท และเปิดให้ผู้ที่ได้รับอนุญาตเข้าใช้งานได้เท่านั้น การศึกษาล่าสุดที่จัดทำขึ้นในนามเอชพี ระบุว่า ปีที่ผ่านมา ผู้บริหารระดับสูงในองค์กรธุรกิจ ภาครัฐ และด้านเทคโนโลยีทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกทุก 1 ใน 2 คน เผชิญอุปสรรคในการพัฒนานวัตกรรม การเพิ่มความคล่องตัวของเทคโนโลยี และการให้บริการลูกค้า ซึ่งมีสาเหตุจากปัญหาระบบการรักษาความปลอดภัย"

อีก2ปีแนวโน้มข้อมูลพุ่งกว่า20%

ขณะเดียวกัน ยังบ่งชี้ว่า ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีผู้บริหารระดับสูงด้านเทคโนโลยีและธุรกิจเพียง 18% เท่านั้น ที่ระบุว่า ฝ่ายไอทีได้ ให้ข้อมูลตามที่เขาต้องการตลอดเวลา ปัญหานี้จะเลวร้ายยิ่งขึ้น เนื่องจากปี 2548 มนุษย์สร้างข้อมูลดิจิทัลจำนวน 150 เอ็กซาไบต์ แต่สามารถเพิ่มขึ้นมากกว่า 8 เท่าในปี 2553

ผู้บริหารระดับสูงทั้งด้านไอทีและ ธุรกิจ 88% เชื่อว่า อุปกรณ์การจัดเก็บข้อมูลจะเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 20% ในอีก 2 ปีข้างหน้า ขณะที่มากกว่า 86% เชื่อว่า อุปกรณ์การจัดเก็บข้อมูลจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 30% ส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินการด้านกฎหมายมีมูลค่าประมาณ 1.8 ล้านดอลลาร์ต่อข้อมูล 1 เทราไบต์

ปี 2553 ขับเคลื่อนเทคโนโลยีสำคัญ

ปีเสือ 2553 ที่กำลังจะผ่านไปก็เกิดเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่องค์กรธุรกิจต่างพยายามนำมาประยุกต์ ปรับใช้เพื่อสร้างประสิทธิภาพในการทำงานได้เพิ่มมากขึ้น

เริ่มที่การใช้เทคโนโลยีศูนย์ข้อมูลแบบผนวกในปี 2553 เป็นปีที่องค์กรหลายแห่งเริ่มติดตั้งอุปกรณ์ศูนย์ข้อมูลเพิ่มขึ้นเพื่อรอง รับการขยายตัวของธุรกิจ ส่งผลให้เกิดปัญหาการอัดแน่นของเทคโนโลยี ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการพัฒนาและดูแลระบบไอทีเพิ่มสูงขึ้นถึง 70% ของงบประมาณด้านไอทีทั้งหมด

องค์กรต่างๆ จึงหันมาแก้ไขปัญหาการขยายตัวอย่างไร้ระเบียบของไอที ด้วยการลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐานแบบผนวก ซึ่งคาดว่าจะช่วยสร้างโอกาสทางการตลาดทั่วโลกคิดเป็นมูลค่าสูงถึง 35,000 ล้านดอลลาร์ ภายในปี 2555

นายเบง เทค เลียง กรรมการผู้จัดการ และผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจเอ็นเทอร์ไพรส์ บิสิเนส บริษัท ฮิวเลตต์-แพคการ์ด (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ที่ผ่านมา เอชพีเดินหน้าส่งเสริมการนำเทคโนโลยีมาใช้พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานแบบผนวก อย่างครบวงจร รวมทั้งระบบคอมพิวติ้ง อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล และอุปกรณ์เครือข่ายเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้ลูกค้าสามารถนำเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้สร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการทำธุรกิจของตัวเองได้อย่าง มีประสิทธิภาพ องค์กรต่างๆ สามารถใช้แอพพลิเคชั่นได้ทุกที่ ทุกเวลา ทั้งยังใช้ทรัพยากรได้อย่างยืดหยุ่นและคล่องตัวตามต้องการในแนวทางที่คุ้ม ค่าสูงสุด บริการได้อย่างต่อเนื่อง และสร้างความคุ้มค่าจากการลงทุนด้านไอทีได้อย่างรวดเร็ว

องค์กรมุ่งพัฒนาแอพฯที่ทันสมัย

การมุ่งพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่ล้ำสมัย ซึ่งถือว่า ปีนี้เป็นปีที่ประธานเจ้าหน้าที่ด้านไอทีหรือซีไอโอหลายรายได้ตระหนักถึงความจำเป็นในการปรับปรุงระบบไอทีที่ ไร้ประสิทธิภาพเพื่อลดค่าใช้จ่ายและนำงบประมาณไปสร้างสรรค์ระบบการทำงาน ใหม่ๆ ได้มากขึ้น สอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้คนในปัจจุบันที่เน้น
การให้บริการตัวเองมากขึ้น

ดังนั้น แอพพลิเคชั่นที่ใช้ในการประกอบธุรกิจของบริษัทต่างๆ จึงต้องรองรับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งสามารถก้าวไปในระดับเดียวกัน หรือล้ำหน้าคู่แข่ง เพื่อให้การดำเนินงานของบริษัทมีความต่อเนื่อง ราบรื่น ไม่สะดุด

ทั้งนี้ องค์กรหลายแห่งมีการทำงานในสภาพแวดล้อมที่ซ้ำซ้อน ไม่คล่องตัว ทั้งยังต้องใช้งบประมาณในการดูแลรักษามาก ขณะที่การอัพเดทระบบให้ทันสมัยก็มีค่าใช้จ่ายสูง องค์กรเหล่านั้นจึงได้ปรับปรุงและยกระดับแอพพลิเคชั่นต่างๆ ให้ทันสมัยมากขึ้น ซึ่งการปรับเปลี่ยนนี้สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้องค์กรต่างๆ มีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาระบบเดิมลดลง ทั้งยังมีงบประมาณเหลือนำไปลงทุนสร้างสรรค์นวัตกรรมล้ำสมัยเพิ่มขึ้น

คลาวด์ คอมพิวติ้งได้รับความนิยม

ซีไอโอในองค์กรธุรกิจ และหน่วยงานภาครัฐต่างเผชิญกับความกดดันในการมอบบริการที่รองรับเทคโนโลยี ใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาของผู้บริโภค หนึ่งในโซลูชั่นที่ได้รับความนิยมขององค์กรธุรกิจและหน่วยงานภาครัฐต่างๆ คือ ระบบคลาวด์ คอมพิวติ้ง (Cloud Computing) ที่ส่งเสริมการทำคอลลาบอเรชั่น พร้อมทั้งเพิ่มความรวดเร็วและคล่องตัวในการทำงานอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

ทั้งนี้ การนำเทคโนโลยีคลาวด์ คอมพิวติ้งมาใช้ให้ได้ประโยชน์มากสุด องค์กรต่างๆ จำเป็นต้องรู้ว่า ระบบไอทีของ ตัวเองนั้นสามารถใช้ประโยชน์จากระบบคลาวด์จากแหล่งใดและอย่างไร พร้อมพิจารณาคุณสมบัติของเทคโนโลยีคลาวด์เปรียบเทียบกับระบบการให้บริการแบบ เดิม และเลือกสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อนำมาใช้สนับสนุนการดำเนินงานของตัวเองให้บรรลุเป้าหมายได้ตรงตามงบ ประมาณที่วางไว้

ข้อมูลจาก กรุงเทพธุรกิจ
เรียบเรียงโดย Laptop Price
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  



Powered by SMF | SMF © 2006-2010, Simple Machines LLC
ชวนเล่นเกมกระดานคำศัพท์ Scrabble GO| Dream league soccer 2019 เทคนิค| Dream league soccer 2020 เทคนิค|รูปสาวสวย| กระเป๋าผ้าฝ้าย