
May 18th, 2012

admin
สน็อกเกิ้ล (snorkel) หรือท่อช่วยหายใจในน้ำที่หลายคนชอบใช้เวลาสกินไดฟ์ (skindive) ในท้องทะเล ซึ่งดีไซน์ของมันก็จะมีลักษณะเป็นตัว J ปลายด้านโค้งเข้าไปที่ปาก ส่วนที่ตรงขึ้นไปเหนือน้ำไว้ใช้ดูดอากาศ และปล่อยออกมา ล่าสุด Powerbreather สน็อกเกิ้ลที่ออกแบบมาเพื่อ”นักว่ายน้ำ”โดยเฉพาะ จุดเด่นคือ มันช่วยให้คุณสามารถว่ายน้ำในท่าฟรีสไตล์ได้โดยไม่ต้องคอยหันหน้า เพื่อฮุบอากาศหลายๆ หนจนเมื่อยคออีกต่อไป

Powerbreather สน็อกเกิ้ลที่ออกแบบมาเพื่อใช้กับนักว่ายน้ำ ซึ่งทันทีที่ได้เห็นดีไซน์อดนึกไม่ได้เหมือนกันว่า ทำไมเราถึงเพิ่งคิดทำมันออกมา ที่ว่ามันออกแบบมาเพื่อนักว่ายน้ำโดยเฉพาะก็เนื่องจากโดยปกติเวลานักว่ายน้ำว่ายในท่าฟรีสไตล์ สิ่งที่ต้องทำอยู่เป็นระยะๆ ก็คือ การหันหน้าขึ้นเหนือน้ำ เพื่อฮุบเอากาศ แล้วก้มหน้าลงน้ำสลับกันไป แต่ด้วย Powerbreather สน็อกเกอร์รุ่นใหม่นี้จะช่วยให้การว่ายน้ำในท่านี้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะคุณไม่ต้องคอยหันหน้าหันคอให้เมื่อยอีกต่อไป

Powerbreather จะได้รับการออกแบบเป็นท่อที่คล้องรอบศรีษะลงมา โดยด้านหน้าของมันจะมีช่องที่ตรงกับปากของนักว่ายน้ำ ซึ่งสามารถใช้ปากประกบเข้ากับท่อ เพื่อเป่าอากาศออกไปได้ ในขณะที่ส่วนของท่อที่อยู่ด้านหลังศรีษะจะเป็นช่องให้ดูดอากาศเข้าไปได้ ดีไซน์ของ Powerbreather จะเป็นวงแหวนรูปตัว O ไม่ใช่ตัว J แบบเดิมๆ แก็ดเจ็ตตัวนี้จะช่วยให้การฝึกหัดว่ายน้ำง่ายขึ้น ในขณะที่นักว่ายน้ำจะสามารถว่ายได้เร็วขึ้น แถมยังมีดีไซน์ที่ดูเป็นแฟชั่นอีกด้วย เอาเป็นว่า มันจะน่าใช้แค่ไหน? คลิกชมคลิปข้างล่างนี้ดูกันแล้วกันนะครับ
ที่มา http://arip.co.th

May 18th, 2012

admin
หากคุณผู้อ่านเว็บไซต์ arip ต้องพกพาข้อมูลความลับที่อยู่ในโน้ตบุ๊กติดตัวไปนอกสถานที่ แล้วเกรงว่า ใครจะมาจกฉกไปแล้วข้อมูลความลับนั้นจะเปิดเผย บางทีแก็ดเจ็ต (Gadget) ที่นำมาฝากกันเช้านี้อาจจะเหมาะกับคุณ เนื่องจากมันไม่ได้เป็นแค่ SSD (Solid State Drive) ที่ป้องกันการโจรกรรมข้อมูลด้วยการใช้พาสเวิร์ด หรือการเข้ารหัสขั้นสูงที่ยังอาจจะเจาะเข้าไปได้เท่านั้น แต่ SSD รุ่นนี้เลือกวิธีที่ดีที่สุดในการดูแลข้อมูลคามลับของคุณด้วยการ”ทำลายตัวเอง”ซะเลย

InVincible SSD จาก RunCore เป็นดิสก์ไดรฟ์ที่เจาะกลุ่มตลาดที่ค่อนข้างแคบมากทีเดียว โดยมันเป็นสตอเรจที่สามารถรักษาความลับด้วยวิธีที่ดีที่สุด นั่นก็คือ การทำลายตัวเอง มันทำได้อย่างไรใช่ไหมครับ เนื่องจากดิสก์ไดร์ฟรุ่นนี้จะมาพร้อมกับปุ่ม 2 ปุ่มที่มีสีแตกต่างกัน การกดปุ่มสีเขียวจะหมายถึง สั่งให้ InVincible SSD ลบข้อมูลทั้งหมดที่อยู่ในดิสก์ ในขณะที่หากคุณเลือกกดปุ่มสีแดง มันจะมีการส่งแรงดันไฟฟ้าที่สูงมากเข้าไปทั่วทั้งไดรฟ์จนทำให้เกิดการไหม้ของชิปที่เก็บข้อมูลเสียหายในที่สุด

InVincible SSD เป็นดิสก์ไดรฟ์ที่ออกแบบมาสำหรับผู้ใช้สองกลุ่มใหญ่ๆ ด้วยกันได้แก่ สายลับ (ประมาณเจมส์บอนด์ 007) ที่ต้องมีโน้ตบุ๊กพร้อมข้อมูลความลับติดตัวตลอดเวลา หรือผู้ที่ทำหน้าที่รักษาความลับข้อมูลของธุรกิจที่ไม่อาจให้รั่วไหลออกไปได้ เพราะเพียงแค่กดปุ่มเขียว ข้อมูลใน SSD ก็หายหมดแล้ว และถ้ากดปุ่มแดง SSD ก็จะร้อนจนควันพวยพุ่งออกมา และชิปหน่วยความจำ Flash ที่อยู่ภายในจะแตกเสียหายจนไม่สามารถกู้ข้อมูลได้ในที่สุด สนนราคา และความจุของมันยังไม่มีการเปิดเผยออกมาแต่อย่างใด ว่าแต่คุณผู้อ่านเว็บไซต์ arip ล่ะครับ คิดว่า InVinible SSD น่าจะเหมาะกับอาชีพอะไรได้อีก? ถ้าคิดออกช่วยแชร์กันมาด้วยนะครับ
ที่มา http://arip.co.th

May 17th, 2012

admin
เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่อย่าง WSJ รายงานว่า ไอโฟนรุ่นใหม่ (iPhone 5) อาจจะมาพร้อมกับหน้าจอทีใหญ่กว่าเดิม โดยแหล่งข่าววงในอ้าง บริษัท แอปเปิ้ล (Apple) ได้ติดต่อกับโรงงานซัพพลายเออร์ให้ผลิตจอทีใหญ่กว่าที่ใช้บนไอโฟนรุ่นปัจจุบัน ซึ่งหน้าจอใหม่ที่จะมากับ iPhone 5 จะมีขนาดใหญ่กว่าเดิมอย่างน้อยต้อง 4 นิ้วขึ้นไป เทียบกับขนาด 3.5 นิ้วที่ใช้มาตั้งแต่ปีหกปีที่แล้ว
ข้อมูลจากแหล่งข่าวยังระบุอีกด้วยว่า การผลิตหน้าจอขนาดดังกล่าวจะสามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป ทั้งนี้ข่าวลือเกี่ยวกับกำหนดการเปิดตัว iPhone 5 ส่วนใหญ่จะตรงกันคือช่วงกันยายน หรือตุลาคม แต่หากเป็นตุลาคมก็จะตรงกับการเปิดตัว iPhone 4S เมื่อปีที่แล้ว สำหรับเหตุผลของการที่แอปเปิ้ลจะเลือกใช้จอที่ใหญ่ขึั้นทั้งนี้ก็เพื่อไล่ตามคู่แข่งบนแพลตฟอร์ม Android ให้ทัน โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนในตระกูล Galaxy S II/III ของซัมซุง ซึ่งปัจจุบันคู่แข่งสำคัญรายนี้มียอดส่วนแบ่งการตลาดสูงเป็นอันดับหนึ่งอยู่ที่ 40% ของโลก อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้แอปเปิ้ลเปิดเผยว่า ทางบริษัทกำลังสั่งซื้อจอจากผู้ผลิตหลายราย (LG, Sharp และ Japan Display) ประเด็นที่น่าสนใจคือ iPhone 5 ที่มีหน้าจอใหญ่ขึ้นจะทำให้มันดูคล้ายแท็บเล็ตขนาดเล็กมากขึ้นไปด้วย

ก่อนหน้านี้ ซัมซุงได้ออกสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่เป็น Samsung Galaxy S III ซึ่งมีขนาดหน้าจอใหญ่ถึง 4.8 นิ้ว ระดับน้องๆ Galaxy Note (5.3 นิ้ว) และถือเป็นสมาร์ทโฟนทีมีหน้าจอใหญ่ที่สุดในตลาด ในขณะทีมีรายงานจากอินเทลเกี่ยวกับไอโฟนรุ่นถัดไปออกมาเหมือนกันว่า มันจะมีขนาดของหน้าจอใหญ่ขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางรายแสดงความคิดเห็นในทางตรงข้ามว่า แอปเปิ้ลไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มขนาดของหน้าจอให้ใหญ่ขึ้นเพื่อชนคู่แข่ง โดยให้เหตุผลว่า ขนาดของหน้าจอแสดงผลไม่ใช่ตัวชี้อนาตตของสมาร์ทโฟน และถึงแม้ตลาดสมาร์ทโฟนจะมีความหลากหลาย แต่ไอโฟนก็จะยังคงเป็นผู้กำหนดเกมของตลาดนี้อยู่ดี แล้วคุณผู้อ่านเว็บไซต์ arip ล่ะครับคิดเห็นอย่างไรกับประเด็นนี้
ที่มา http://arip.co.th

May 16th, 2012

admin
ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด (Honda Motor Co.) เปิดตัวยนตกรรมส่วนบุคคลรุ่นล่าสุดเมื่อวานนี้ ซึ่งก่อนที่คุณผู้อ่านเว็บไซต์จะเข้าใจว่า มันคือ รถยนต์ หรือมอเตอร์ไซด์รุ่นใหม่ หรือเปล่า? ก็ต้องขอบอกก่อนว่าไม่ใช่ทั้งสองอย่างครับ แต่จริงๆ แล้วมันคือ UNI-CUB ยานพาหนะล้อเดียวส่วนบุคคล (มีที่นั่งเดียว) เชื่อว่า คุณผู้อ่านคงจะจำไอเดียยานพาหนะส่วนบุคคลอย่าง Segway ที่ใช้สองล้อได้นะครับ แต่สำหรับ UNI-CUB จะมีแค่ล้อเดียว ดีไซน์คล้ายเครื่องดูดฝุ่นที่ติดเบาะนั่งไว้ด้านบน

UNI-CUB ยนตกรรมเคลื่อนที่ส่วนบุคคลของฮอนด้าจะทำงานด้วยไฟฟ้า และควบคุมทิศทางการเคลื่อนที่โดยล้อขนาดเล็กที่วางตัวในแนวตั้งฉากอยู่ด้านหลัง UNI-CUB เหมาะสำหรับการเคลื่อนที่ภายในอาคารสถานที่ใหญ่ๆ อย่างเช่น สนามบิน หรือพิพิธภัณฑ์ (Segway จะเร็วกว่า สามารถใช้วิ่งได้ทั้งนอก และในสถานที่) โดยมันได้รับการพัฒนาจากต้นแบบ U3-X ที่เคยเปิดตัวเมื่อสามปีที่แล้ว ผู้ขี่ UNI-CUB จะสามารถเคลื่อนที่ไปในทิศทางต่างๆ ได้ตามที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่โน้มต้วไปทางหน้า หลัง หรือเอียงตัวไปทางซ้ายขวา ตลอดจนทะแยงมุม สำหรับความเร็วสูงสุดที่ทำได้คือ 6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยจะขึ้นอยู่กับน้ำหนักของผู้ขี่ด้วย UNI-CUB เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ของฮอนด้าอย่างอาซิโม่ที่เป็นที่รู้จักมานานกว่าสิบปีแล้ว
ฮอนด้านวางแผนที่จะขาย UNI-CUB ในช่วงต้นปี 2013 แต่ในช่วงเริ่มต้นจะทดลองใช้กับพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ และนวตกรรมแห่งชาติของญ๊่ปุ่นก่อนเป็นที่แรก สำหรับความประทับใจที่มีต่อ UNI-CUB ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ฯ และอดีตนักบินอวกาศบนกระสวยอวกาศของนาซ่าอธิบายว่า การนั่งอยู่บน UNI-CUB คุณจะรู้สึกเหมือนกำลังล่องลอยราวกับอยู่ในสถานที่ไร้แรงโน้มถ่วง นอกจากนี้จุดเด่นของมันยังอยู่ที่ผู้ขี่ไม่ต้องใช้มือจับแฮนด์แต่อย่างใด แถมยังมีที่รองเท้าด้านล่างทำให้นั่งได้อย่างมั่นคง สะดวกสบาย แถมยังสามารถสัญจรร่วมไปกับคนที่เดินไปมาขวักไขว่ได้อย่างสบายอีกด้วย สนนราคาของ UNI-CUB ยังไม่มีการเปิดเผยออกมา แต่หากเปรียบเทียบกับคู่แข่งอย่าง Segway ก็น่าจะได้ นั่นก็คือ 750,000 เยน หรือประมาณ 293,000 บาท จะว่าไปรูปร่างของมันเวลามองจากด้านข้างก็ดูคล้ายนกเพนกวินนะครับ
ที่มา http://arip.co.th